หลุยส์รำลึกอาชีพเกือบพังเพราะเหล้า

ฟิลิปเป้ หลุยส์ ฟูลแบ็ค แอตเลติโก มาดริด เล่าย้อนความหลังเมื่อตอนเป็นวัยรุ่นว่าเขาเคยมีช่วงการใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่บ่อยครั้ง แนวรับวัย 32 กะรัต ย้ายมาร่วมทัพตราหมีรอบแรกเมื่อปี 2010 และประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลาลีกา, โกปา เดลเรย์, ยูฟ่า ยูโรป้าลีก และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ อย่างละ 1 สมัย ก่อนจะโยกไปอยู่กับเชลซีในปี 2014 แต่ฟอร์มส่วนตัวกลับทำได้ไม่ดีนัก แม้ว่าจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกรวมถึงลีกคัพก็ตาม จนต้องโยกกลับมาร่วมงานกับ ดีเอโก้ ซิเมโอเน อีกครั้งในปีต่อมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ แบ็คเลือดแซมบ้าได้เล่าถึงประวัติช่วงวัยรุ่นของตัวเอง ที่เคยติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าขั้นหนักจนเกือบเสียอนาคต ก่อนจะกลับใจได้และมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน พร้อมเตือนสติบรรดาแข้งดาวรุ่งที่ใช้ชีวิตหรูหราเกินกว่าความจำเป็น”ในช่วงนั้นผมออกไปดื่มจนเกินขนาดมากเลยนะ”หลุยส์ เล่าผ่าน El Mundo  พอมาคิดๆดูแล้ว ผมนี่โชคดีมากเลยนะ ผมมีเงินเดือนสูงและทำงานแค่วันละ 2-3 ชั่วโมง และถึงแม้ว่ามันจะมีแรงกดดันเข้ามามากมาย แต่ผมก็ไม่ต้องทำงานหนักเหมือนกับงานอื่นๆเมื่อคุณมองไปรอบๆและเห็นวิถีชีวิตของคนทั่วไป อย่างน้อยๆที่ผมทำได้คือการเต็มที่กับงานของผม และไม่ว่ายังไงผมก็จะไม่เปลี่ยนใจผู้เล่นส่วนใหญ่มักเหมือนกบอยู่ในกะลา โดยเฉพาะพวกวัยรุ่น พวกเขามีกระเป๋าแบรนด์เนม, รองเท้าแพงๆ และรอยสักต่างๆ เพื่อพยายามให้ผู้คนนับถือพวกเขามีนักเตะอีกหลายคนที่ลืมโลกแห่งความเป็นจริง  

กรีซมันน์ยันไม่ย้ายทีมตราหมีแน่นอน

    กินแห้วกันไปเป็นแถมๆสำหรับทีมต่างๆที่หวังคว้าตัวของ อ็องตวล กรีซมันน์ กองหน้าตัวเก่งของสโมสร ตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด ไปใช้งานในช่วงซัมเมอร์นี้ ทั้งนี้มีหลายสโมสรที่อยากดึงตัวของแข้งทีมชาติฝรั่งเศสเข้าไปเสริมทีมในแดนหน้าโดยกรีซมันน์นั้นเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับสโมสร ตราหมี ซึ่งมีทีมใหญ่ของพรีเมียร์ลีกยอมทุ่มเงินมากมายเพื่อซื้อแข้งวัย 27 ปีเข้าไปร่วมทีม ซึ่งผลงานของ กรีซมันน์ นั้นก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมมากแค่ไหนตั้งแต่เล่นให้ เรอัล โซเซียดาด เขายิงประตูเป็นว่าเล่นจนเมื่อปี 2014 ทางกุนซือ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ นั้นตัดสินใจซื้อ กรีซมันน์ เข้ามาเสริมทัพตราหมี และฤดูกาลแรกที่ กรีซมันน์ เข้ามาเล่นให้กับ แอตเลติโก้ มาดริด เขายิงประตูไปในเกมลีกฤดูกาลแรกไปทั้งสิ้น 22 ประตู และฤดูกาลต่อมา 2015/2016 กรีซมันน์ ก็ต้องย้ำด้วยการยิงประตูในเกมลีกไปอีก 22 ประตูเช่นเดียวกัน ซึ่งยังรักษามาตรฐานได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับฤดูกาลนี้กรีซมันน์ยิงประตูในเกมลีกไปแล้ว 14 ประตู ซึ่งรวมทุกรายการของฤดูกาลนี้กรีซมันน์ยิงประตูไปแล้วถึง 22 ประตูซึ่งเป็นเลขนำโชคหรือเขาหรือป่าวก็ไม่ทราบ แต่ที่ทราบอย่างนึงตอนนี้แข้ง แอตเลติโก้ มาดริด นั้นยืนยันเองว่าเขาจะไม่ย้ายไปไหนทั้งสิ้นเขายังมีความสุขกับสโมสร แอต.มาดริดอยู่และไม่มีสโมสรไหนที่เขาอยากไปค้าแข้งด้วยในตอนนี้ แน่นอนว่า กรีซมันน์จะไม่ย้ายไปทีมไหนแน่นอนในช่วงซัมเมอร์นี้

5 แข้งผีที่เล่นดีที่สุดในฤดูกาลนี้

   วันนี้เราจะมาเปิด 5 แข้งของสโมสร แมนฯยูไนเต็ดที่เล่นดีที่สุดในฤดูกาลนี้ซึ่งจะเป็นใครกันบ้างมาดูกันเลยดีกว่าเริ่มจากอันดับที่ 5 กันก่อนโดยรายที่ 5 นั้นไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า อันโตนิโอ วาเลนเซีย นั้นจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ซึ่ง วาเลนเซีย นั้นได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องจาก มูริณโญ่ ด้วยความเร็วของเขามีส่วนช่วยทีมอย่างมากฤดูกาลนี้ วาเลนเซียยิงไป 1 ประตูกับอีก 4 แอสซิส รวมทุกรายการ รายที่ 4 ดาลี่ย์ บลินซ์ ปราการหลังตัวเก่งของทีมที่มีส่วนช่วยเกมรับอย่างมากเขาเล่นได้หลายตำแหน่งแต่ที่เก่งที่สุดนั้นคือแบ็คซ้ายตัวบุกเขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมากในตำแหน่งนี้ฤดูกาลนี้ บลินซ์ ยิงไปทั้งสิ้น 1 ประตูกับอีก 2 แอสซิสในเกมลีก ซึ่งใช้ได้เลยสำหรับกองหลัง รายที่ 3 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ต้องยอมรับว่าถึงแม้ว่าอายุจะถึง 35 ปีแล้วเขาก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมากซึ่งเทคนิคที่เขามีนั้นมีส่วนช่วยทีมอย่างมากฤดูกาลนี้ ซึ่งแข้งสวีเดนนั้นยิงไปแล้วทั้งสิ้น 26 ประตูกับอีก 7 แอสซิสรวมทุกรายการ ต่อมาอันกับที่ 2 อังเดร์ เอเรร่า มิดฟิลด์ตัวตัดบอลที่โชว์ฟอร์มหรูตัดบอลชนิดที่ว่าคู่แข่งนั้นต้องเจ็บกันไปหลายรายแล้ว ส่วนอันดับที่ 1 ปอล ป็อกบา เขาได้มาตัดผมไปวันๆเขาเป็นนักเตะที่เล่นได้ดีมากในทุกตำแหน่งซึ่งยากที่นักเตะต่างๆจะแย่งบอลจากเขาได้และฤดูกาลนี้ ป็อกบานั้นยิงไปทั้งสิ้น 8 ประตูกับอีก 4 แอสซิส รวมทุกรายการ และนี่คือ 5 แข้งที่เล่นดีที่สุดของ แมนฯยูไนเต็ดในยุคของ โชเซ่ มูริณโญ่

5 แข้ง ที่เล่นดีที่สุดของเชลซี

   สโมสร สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ต้องบอกว่าผลงานตอนนี้ของพวกเขานั้นกำลังดีมากๆ โดยตอนนี้เชลซีนั้นกำลังทำผลงานยอดเยี่ยมและนำขึ้นเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกซึ่งตอนนี้พวกเขาเข้าใกล้แชมป์เข้าไปทุกทีแล้วและวันนี้เราจะมาสรุปกันว่านักเตะที่เล่นได้ยอดเยี่ยมที่สุด 5 แข้งของเชลซีนั้นจะเป็นใครกันบ้าง โดยรายแรกนั้นขอยกให้กับ วิคเตอร์ โมเซส ปีกตัวเก่งชาวไนจีเรียที่โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงสุดๆ โดยฤดูกาลนี้เขายังไปทั้งสิ้น 3 ประตูกับอีก 2 แอสซิส ในเกมลีก ด้วยสไตล์การลากเลื้อยของเขาทำให้คู่แข้งยังจับทางไม่ได้ ต่อมารายที่ 4 คือ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ พึ่งย้ายมาจากสโมสร เชลซี เขาเป็นมิดฟิลด์ที่ขยันที่สุดคนหนึ่งวิ่งไล่บอลไปทั่วและแย่งบอลได้ดีคนหนึ่งแม้ว่าจะตัวเล็กแต่ก็ไม่เป็นปัญหาเขาสามารถแย่งบอลจากคู่แข่งได้ง่ายๆ ซึ่งฤดูกาลนี้ ก็องเต้นั้นยังไป 3 ประตูรวมทุกรายการ รายที่ 3 มาร์คอส อล็อนโซ่ เซ็นเตอร์ ตัวเก่งของสเปนที่ตัดสอบได้แบบยอดเยี่ยมเขาสามารถสกัดบอลได้ในหลายจังหวะช่วยให้เชลซีรอดพ้นจากความปราชัยซึ่งฤดูกาลนี้เชลซีนั้นเสียประตูน้อยมากซึ่ง อลอนโซ่ นั้นมีส่วนช่วยทีมได้มาก รายที่ 2 ที่เล่นดีที่สุดนั้นคือ ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าเบอร์ 1 ของเชลซีที่ ซัดไปแล้ว 17 ประตูและอีก 5 แอสซิส ในเกมลีก และลุ้นดาวซันโวในฤดูกาลนี้อีกด้วยส่วนแข้งที่เล่นดีที่สุดนั้นคือ เอแด็น อาซาร์ ที่เค้นฟอร์มเก่งโชว์สกิลแบบเทพๆทำเกมรุกพาเชลซีขึ้นเป็นจ่าฝูงฤดูกาลนี้ยิงไป 11 ลูกกับอีก 4 แอสซิสในเกมลีกถือว่าเป็นแข้งที่ยอดเยี่ยมทุกคนเลยสำหรับว่าที่แชมป์เชลซี

3 แข้งตัวเต็งที่ผีจะซื้อมาเฝ้าเสาแทน เดเคอา

   สโมสร ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะปล่อย ดาบิด เดเคอา ผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมแล้วหลังจากที่เป็นข่าวอยู่นานกับสโมสร เรอัล มาดริด ทีมดังจากประเทศสเปนซึ่งเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ก่อนนี้ เดเคอา นั้นมีข่าวกับสโมสร เรอัล มาดริด อย่างมากและตกลงซื้อขายกันเป็นที่เรียบร้อนแล้วแต่กว่าติดปัญหาเรื่องของการเซ็นต์สัญญาซื้อขายกันในวันสุดท้ายเท่านั้นจนทำให้ เดเคอา นั้นต้องอยู่รับใช้สโมสร แมนฯยูไนเต็ดไปอีก 1 ฤดูกาลซึ่งหลังจบฤดูกาลนี้นายทวารทีมชาติสเปนนั้นก็น่าจะไปค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด อย่างถาวรแน่นอน ซึ่งตอนนี้เป้าหมายของ แมนฯยูไนเต็ดนั้นก็เตรียมซื้อผู้รักษาประตูเข้ามาเสริมทีมเหมือนกันโดย รายแรกนั้นคือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายทวารของสโมสร เอซี มิลาน ซึ่งเป็นผู้รักษาประตูที่กำลังมาแทนที่เบอร์ 1 อย่างบุฟฟ่อนในอนาคตของอิตาลีนั่นเอง ส่วนรายที่ 2 นั้นคือ เคร์เลอร์ นาวาส ของสโมสร เรอัล มาดริด ซึ่งอาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนตัวกันในครั้งนี้ซึ่งเชื่อว่า เรอัล มาดริด นั้นไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนเพราะช่วงหลังฟอร์มของ นาวาส นั้นต่ำกว่ามาตรฐานมาก ส่วนอีกรายก็คงเป็น แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายทวารของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ที่โชว์ฟอร์มสุดยอดเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาและถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งพ่อของเขาคือตำนานคนหนึ่งของสโมสร แมนฯยูไนเต็ดอีกด้วยซึ่งการได้ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล มานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะผลงานของเขานั้นดีมาก ในช่วงของซีซั่นนี้และเลสเตอร์ ซิตี้เองก็ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก อีกด้วยนั่นเอง

กุนซือ มู เอ่ยชม ขุนศึก หัวหอกซลาตันและป็อกบา

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือมาดกวนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงชื่นชม พอล ป็อกบา และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สองสตาร์ดังของทีมที่มีทัศนคติที่ดีและลงมาสร้างความแตกต่างให้เกม ก่อนเฉือนเอาชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 ซึ่งทั้งเกม2คนนี้สามารถเล่นเข้ากันดีสุด ทั้งแบกรับความกดดันของทีม จริงๆไม่ใช่เพราะทีมเล่นไม่ได้แต่2คนนี้รอบนี้เล่นเด่นเกินต่างหากโดยทั้งหมดนี้เกิดจากการตัดสินใจของ โชเซ่ มูรินโญ่ที่เปลี่ยนตัวทั้ง2ลงในเกมครึ่งหลัง “ผมคิดว่าทุกคนมีทัศนคติที่ดีเลยนะ ยามใดที่เรามีผู้เล่นคนสำคัญต้องอยู่บนม้านั่งสำรอง และเราพยายามสร้างความแตกต่างของเกม พวกเขาสามารถทำมันได้” มูรินโญ่กล่าวชมลูกทีม “พวกเขา ป็อกบาและซลาตันมีทัศนคติและความเชื่อมั่นที่น่าทึ่งมาก ความสร้างความแตกต่างให้เกมนี้จากทัศนคติที่ดีเยี่ยม ซึ่งไม่ใช่ทัศนคติของผู้แพ้เลย” มูรินโญ่ชมสองลูกทีมคนสำคัญ โดยทั้ง พอล ป็อกบา และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เปลี่ยนตัวลงมาในช่วงครึ่งหลัง ก่อนที่ดาวยิงสวีดิชจะสวมบท ‘ซูเปอร์ซับ’ ช่วยให้ทีมปีศาจแดงเอาชนะแบล็คเบิร์น 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องพบกับงานยักษ์ด้วยการออกไปเยือน เชลซี ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีม ซึ่งจะทำการแข่งขันกันในวันที่ 11 มีนาคมนี้ ณ สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์

ความน่าสนใจหลังคว้าแชมป์รอบชิง อีเอฟแอล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผงาดคว้าแชมป์ อีเอฟแอล ลีกคัพ มาครองได้หลังจากเอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไปแบบสุดมันส์ 3-2 ทำให้ มูรินโญ่ คว้าแชมป์แรกกับทีมสำเร็จแล้ว หลังจากที่คุมทีมมา 270 วันเท่านั้น ซึ่งนอกจากนี้ แชมป์รายการนี้ที่ปีหน้าจะเปลี่ยนเป็น คาราบาวลีกคัพ จากการที่เครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์ดังของไทยเข้าไปหนุนอีกด้วยก่อนหน้านี้หลายคนคงมีคำถามในการเซ็นสัญญาคว้าตัว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาแบบฟรีๆ หลังจากหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เพราะด้วยวัย 34 ปี ซึ่งมองว่าเขาได้ผ่านช่วงที่ดีที่สุดในการค้าแข้ง และที่สามารถยิงประตูได้เยอะ ก็เพราะเล่นในลีกเอิง ที่มาตรฐานค่อนข้างต่ำ การย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปรียบเหมือนแค่การสร้างชื่อก่อนแขวนสตั๊ดของเขาเท่านั้น แต่จากผลงานที่ผ่านมาทั้งหมด กลายเป็นว่าการคาคการณ์ของหลายๆคนผิดพลาดไปเยอะ เมื่อเขายังรักษาระดับการเล่นของตัวเองในระดับสูงเอาไว้ได้ การรั้งตำแหน่งดาวซัลโวในทีมตอนนี้คือเครื่องการันตีอย่างดี และแน่นอนในแมตช์นี้เขาคือคนที่สร้างความแตกต่างจากการซัดฟรีคิก และโหม่งประตูชัยให้ทีมคว้าแชมป์ในช่วงท้ายเกม สิ่งเหล้านี้น่าจะตอบคำถามได้ดีกว่าทำไมต้องเป็นเขาทันทีที่เสียงนกหวีดเริ่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดครองเกมได้เหนือกว่าเล็กน้อย จนกระทั่งความผิดพลาดของ มาร์กอส โรโฮ ที่ไปเสียบอลให้ เซดริก โซอาเรส ก่อนที่จะเปิดบอลให้ มาโนโล่ กับเบียดินี่ ยิงจ่อๆเข้าไป แต่ว่า ไรอัน เบอร์ทรานด์ ที่ไม่เล่นมีส่วนกับการยิงประตู ถูกจับล้ำหน้าไปก่อน และหลังจากจังหวะดังกล่าว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็มาซัดประตูให้ แมนฯยูไนเต็ดออกนำ จนได้

อ้าว “มู” ไม่ได้กล่อมหัวหอกหรอไหนใครชวน

หลังมีข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิชที่ย้ายมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมา เรียกได้ว่าคนที่เป็นแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องคิดเหมือนกันแน่ว่ายังไงมูรินโญ่แน่หลังที่เจ้าตัวเปิดเผยคนที่ทาบทามตัวเข้ามาเด็กผีจะต้องไปขอบคุณเขา เพราะเป็นคนโน้มน้าวใจให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ย้ายมาอยู่กับทีมคือลูกๆของเขา ด้วยความที่ลูกของซลาตันชอบ ทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นทุนทำให้ลูกๆของ ซลาตันกล่อมพ่อให้ย้ายหรือบางที่มูรินโญ่อาจจะติดสินบนลูกหัวหอกไว้ก็ได้ ดาวยิงที่ซัดไปแล้ว 26 ประตู และ 2 จากทั้งหมดช่วยทำให้ทีมคว้าแชมป์แรกมาครองด้วยการเอาชนะเซาแธมป์ตันในลีกคัพ ซึ่งซลาตันที่ก่อนหน้านี้เล่นในสวีเดน, ฮอลแลนด์,สเปน, อิตาลี และ ฝรั่งเศส ได้ออกมาเปิดเผยว่าอันที่จริงตัวเขาไม่ได้ต้องการที่จะมาค้าแข้งในอังกฤษ และไม่เคยมีความคิดเหล่านี้อยู่ในหัวเลยซักครั้ง แต่เพราะลูกๆบอกเขาเลยทำตามความต้องการ “ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยคิดจะมาเล่นในอังกฤษเลย จนลูกๆของผมบอกว่าอยากเห็นผมเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมเลยเปลี่ยนใจ ก่อนที่การเจรจาทุกอย่างจะเกิดขึ้นและมูรินโญ่ก็โทรมา” “ผมความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยมกับโจเซ่ ตอนที่เขาโทรมา ผมถามแค่ว่าจะให้ผมใส่เบอร์อะไร”
“จริงๆผมไม่เคยคิดนะว่าจะมาเล่นที่นี่จนลูกของผมบอกและพอดีกับที่มูรินโญ่โทรมา”  

วิเคราะห์ชัยหลังผีฟอร์มแรกบุกขย่มเวสต์บรอม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่องในลีก เป็นเกมที่ 3 ติดต่อกันแล้ว หลังจากที่บุกไปเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนได้ง่ายดายเหลือเชื่อ 2-0 จากการพังประตูคนเดียวของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช คนเดียวสองประตู ซึ่งเป็นชัยชนะติดต่อกันเกมที่ 3 ของทีมของ มูรินโญ่ ในลีกและทำแต้มเกาะติดหัวตารางต่อไป ดูเหมือนตอนนี้ โจเซ่ มูรินโญ่ จะเริ่มเจอแกนของทีม ที่ค่อนข้างลงตัว รวมไปถึงระบบการเล่นที่ไว้ใจได้แล้ว นั้นก็คือระบบ 4-3-3 ไม่ใช่ 4-2-3-1 เหมือนที่เคยใช้แบบตอนแรกๆ ซึ่งหัวใจในแผนนี้เป็น ไมเคิล คาร์ริค ที่ลงมาคุมบอลในแดนกลางให้มีความสมดุล เปิดทางให้ พอล ป็อกบา เล่นได้อย่างสบาย และ อันเดร์ เอร์เรร่า มาช่วยไล่บี้ตัดเกม ทำให้ระบบค่อนข้างที่จะลงล็อคในเกมเมื่อวาน แม้จะมีการสับเปลี่ยนบางตำแหน่ง แต่ตัวหลักๆอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รวมไปถึงแผงกองหลังที่ แทบจะไม่เปลี่ยน ยกเว้นแต่ อันโตนีโอ วาเลนเซีย ที่กลับมาลงสนามได้ทันเวลาที่ เอริค ไบญี่ เจ็บไปพอดีต้องถามด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง เพราะมาร์กอส โรโฮ คนนี้กับ ตอนนี้ย้ายมาใหม่ๆ เหมือนกับเป็นคนละคนกัน และเมื่อจับคู่กับ ฟิล โจนส์ ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นคู่ที่ลงตัวแบบไม่มีใครคาดคิด และเกมนี้ก็เป็นอีกเกมที่ทั้งคู่โชว์ฟอร์มได้แจ๋มแจ่ว แม้แต่ สมอลลิ่ง ก็ยังเบียดไม่ได้ แม้จะอายุ 34 แต่ว่า โจเซ่ มูรินโญ่ ยังคงให้โอกาส ซลาตัน ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเขาพีคดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรมาหยุดอยู่ สิ่งที่ดาวยิงจอมเก๋าผู้นี้ต่างกับ ดาวยิงคนอื่นๆในทีมที่มีคือ คุณภาพในการจบสกอร์ ที่แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมและเฉียบขาด และยังไว้ใจได้

หัวหอกร่วมจ้วงสื่อโต้เรื่องเพื่อนร่วมทีมเมาแอ๋

  ซลาตันอิราฮิโมวิช ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงข่าวฉาวพร้อม รูนี่ย์ เพื่อนร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเรื่องที่มีภาพหลุดของ รูนี่ย์ เมาแอ๋ที่งานแต่ง  ซลาตันได้ตำนิสื่อว่าลงข่าวเกิดจริง เรียกร้องความสนใจของข่าวตัวเองโดยเขียนข่าวเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้เพื่อนร่วมทีมแนวรุกหัวหอกเสียหาย “ที่จริงผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้วย ผมไม่เคยถามเขาเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่สำคัญอะไรสำหรับผม และผมมั่นใจ 100% เลยว่าพวกนักข่าวไม่รู้ว่าอะไรเกินขึ้นจริงๆ” อิบรา ให้สัมภาษณ์ “ผมคิดว่าเขาควรจะได้รับการเคารพมากกว่านี้ในฐานะเป็นผู้เล่นชาว อังกฤษ คนหนึ่ง แต่พวกนักข่าวกลับชอบสร้างปัญหาแถมยังมาทำเรื่องเล็กๆให้เป็นเรื่องใหญ่อีก” “ส่วนในวันนี้ผมดีใจมากๆที่เขาสามารถพังสถิติได้ และผมจะช่วยเขาให้เพิ่มอีก 1 – จากนั้นพวกเราจะได้เห็นสถิติที่แท้จริงของเขา” ส่วนทาง รูนี่ย์ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมกับ เฟเยนูร์ด เช่นกัน โดยเขาคิดว่าเป็นเรื่องน่าอายที่ต้องมาพูดถึงเรื่องส่วนตัวๆทั้งที่ทีมกำลังมีความสุขกับผลการแข่งขัน “พวกนักข่าวชอบทำเรื่องที่ไม่มีอะไรเลยเป็นเรื่องใหญ่โต จริงๆผมไม่ได้ไปงานแต่งอะไรนั้นเลยด้วยซ่ำ และนี้คือเรื่องน่าอายที่ต้องพูดเรื่องส่วนตัวในวันดีๆแบบนี้” รูนี่ย์ ให้สัมภาษณ์ “ผมดีใจที่สามารถทำประตูได้ในวันนี้ และคาดหวังว่ามันจะยังไม่หยุดเพียงแค่นัดนี้”